ไฟเขียวไทยลุยจัด“โมโต จีพี”3ปี

กลายเป็นข่าวใหญ่สำหรับวงการมอเตอร์สปอร์ต เมื่อไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก (โมโต จีพี) เป็นเวลา 3 ปี

โดยก่อนหน้านี้ กกท. มีโครงการเสนอให้ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโมโต จีพี เพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานกีฬายานยนต์ให้ทัดเทียมนานาชาติ รวมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ในด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว ให้อยู่ในกลุ่มประเทศผู้นำด้านกีฬาในอาเซียน

หลังจากการอนุมัติของ ครม. ทางฝ่ายจัดการแข่งขันในเมืองไทยก็จะดำเนินการเจรจาสัญญากับ ดอร์นา สปอร์ต ฝ่ายลิขสิทธิ์ของ โมโตจีพี โดยในส่วนของค่าลิขสิทธิ์จำนวนทั้งหมด 400 ล้านบาท ทางภาครัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบปีละ 100 ล้านบาท ส่วนที่เหลือมาจากการสนับสนุนของทางภาคเอกชน สำหรับแผนการจัดการแข่งขันที่วางเอาไว้ 3 ปีรวด ในฤดูกาล 2018-2020 ซึ่งจะถูกบรรจุเข้าไปเป็นหนึ่งใน 20 สนาม ของตารางแข่งขันฤดูกาลหน้า ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สนามระดับ เกรดเอ ของสหพันธ์รถจักรยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ็ม) และเคยเป็นเจ้าภาพรองรับการแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ มาแล้ว 3 ปี ในฤดูกาล 2015-2017

โปรแกรมแข่งขัน

ในส่วนของโปรแกรมการแข่งขันคาดว่ามีความเป็นไปได้ 2 แบบ โดยแบบแรกเชื่อว่าจะถูกรวมอยู่ในช่วงท้ายของฤดูกาลในโซนทวีปเอเชีย เช่นเดียวกับ โมเตกิ (ญี่ปุ่น), ฟิลลิป ไอส์แลนด์ (ออสเตรเลีย) และ เซปัง (มาเลเซีย) ซึ่งหากเป็นไปตามตารางดังกล่าว บุรีรัมย์ จะถูกแทรกเข้าไปในเดือนตุลาคมปีหน้าเป็นเดือนที่แข่งกัน 4 สัปดาห์ติดต่อกัน แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันติดต่อกันยาวถึง 4 สัปดาห์ ประเทศไทยอาจถูกแพ็ครวมกับ มาเลเซีย ให้อยู่ติดกัน ซึ่งอาจจะเป็นช่วงต้นเดือนหรือปลายเดือน

อีกความเป็นไปได้คือ บุรีรัมย์ อาจถูกจัดลงโปรแกรมแบบไนท์เรซ เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศที่ร้อนระอุแบบที่กาตาร์ ซึ่งอยู่ในช่วงต้นฤดูกาลในเดือนมีนาคม แต่เงื่อนไขหลังนี้อาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสนามช้างฯ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ สนาม 2 ในเดือนมีนาคมอยู่แล้ว

ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น

สำหรับการแข่งขัน โมโต จีพี เป็นการแข่งขันรถจักรยานยนต์ที่ดีที่สุดของโลก เริ่มมาตั้งแต่ปี 1949 ปัจจุบันมีการแข่งขัน 20 สนาม มีผู้ชมแต่ละสนามกว่า 2 แสนคน และถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ซึ่งผลประโยชน์ที่ได้จะเป็นเรื่องของชื่อเสียงประเทศและการท่องเที่ยว สร้างการยอมรับของประเทศสู่ศูนย์กลางของอาเซียนและเอเชีย ซึ่งสามารถวัดเป็นมูลค่าเชิงตัวเลขได้

อีกทั้งประเทศไทย ยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์และจักรยานยนต์ ทำให้ กกท.เห็นควร ว่า ควรจะมีการแข่งขันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านต่างๆ เนื่องจากกระแสความนิยมในแบรนด์ของ โมโต จีพี นั้นเติบโตขึ้นทุกปี

ขณะที่ในแง่การแข่งขันยังเป็นการช่วยยกระดับนักบิดชาวไทยได้มีโอกาสัมผัสเวทีระดับโลกซึ่งถือเป็นขั้นสุดของวงการจักรยานยนต์ทางเรียบ มีการแข่งขัน 3 รุ่น เริ่มจาก โมโตทรี 250 ซีซี ,โมโตทู 600 ซีซี และโมโตจีพี 1,000 ซีซี ซึ่งตรงจุดนี้จะทำให้มีนักแข่งหน้าใหม่เกิดขึ้นหลังก่อนหน้านี้ถือว่านักบิดไทยอยู่ในเวทีโลกน้อยมาก

แม้หลายครั้งการจัดอีเวนต์กีฬาใหญ่ๆ ในบ้านเราส่วนใหญ่มักเจอกับปัญหาขาดทุนทั้งยอดรายได้และจำนวนผู้ชม แต่หลายฝ่ายก็มองว่าการจัดอีเวนต์ระดับนี้ถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะนอกจากจะกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีผลในการเรียกความเชื่อมั่นจากต่างชาติว่าไทยยังเป็นประเทศที่น่าลงทุน

สิงคโปร์ เคยประสบความสำเร็จมาแล้วกับการนำเสนอการแข่งรถยนต์ สูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูลา วัน ในรูปแบบใหม่ คือ การแข่งขันช่วงกลางคืน หรือ ไนท์เรซ โดยใช้การปรับพื้นผิวถนนใจกลางเมือง ให้เป็นสนามแข่งรถชั่วคราว

ขณะที่ มาเลเซีย เรียกได้ว่ามีพื้นฐานการจัดแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกมาอย่างโชกโชนเนื่องจากเป็นเจ้าภาพโมโตจีพีมาตั้งแต่ปี 1991 ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมียอดผู้ชมจากเพื่อนบ้านและต่างประเทศเพิ่มทุกปี

ซึ่งหากยึดเอาประเทศเพื่อนบ้านเป็นตัวอย่าง การเป็นเจ้าภาพโมโตจีพีของไทยหนนี้ แม้อาจต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องรายได้ที่อาจขาดทุนในช่วงแรก แต่ระยะยาวทุกคนยังมั่นใจว่าจะสามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งในแง่การแข่งขันและการเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก

Posted in ข่าวกีฬาทั่วไป

“บีญาเลส”คว้าแชมป์โมโตจีพี2017สนามแรก

มาเวอริค บีญาเลส นักบิดชาวสแปนิช ผงาดคว้าแชมป์ โมโตจีพี ฤดูกาล 2017 สนามแรก “กาตาร์ กรังด์ปรีซ์” มาครอง

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ฤดูกาล 2017 สนามแรก รายการ “กาตาร์ กรังด์ปรีซ์” ที่สนาม โลเซล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา ในรอบแข่งขันจริง ผลปรากฏว่า การแข่งขันต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากมีฝนตกลงมา ทำให้ต้องรอจนสนามแห้งก่อน จึงออกสตาร์ทชิงชัยกัน โดยลดจำนวนรอบแข่งขันลงเหลือแค่ 20 รอบ

สำหรับแชมป์สนามแรกประจำปีนี้ ได้แก่ มาเวอริค บีญาเลส นักบิดชาวสแปนิช วัย 22 ปี จากทีมโมวีสตาร์ ยามาฮ่า เวลา 38 นาที 59.999 วินาที ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของ อันเดรีย โดวิซิโอโซ ขาซิ่งชาวอิตาเลี่ยน จากทีมดูคาติ เวลาตามหลังผู้ชนะ 0.461 วินาที ขณะที่อันดับ 3 เป็น วาเลนติโน รอสซี นักบิดจอมเก๋าจากทีมโมวีสตาร์ ยามาฮ่า เวลาตามหลังผู้ชนะ 1.928 วินาที ส่วนทางด้าน “แชมป์เก่า” มาร์ก มาร์เกวซ จากทีมเรปโซล ฮอนด้า เข้าป้ายอันดับ 4 เวลาตามหลังผู้ชนะ 6.745 วินาที

ขณะที่รุ่นโมโต 3 มีนักบิดชาวไทยลงแข่งขันหนึ่งราย คือ นครินทร์ อธิรัฐภูวิภัทร์ จากฮอนด้า ทีม เอเชีย ซึ่งออกสตาร์ทกริดที่ 30 โดย นครินทร์ ทำผลงานได้ดี จบอันดับที่ 18 เวลา 38 นาที 55.002 วินาที

ทั้งนี้ การแข่งขัน “โมโตจีพี” 2017 สนามต่อไป รายการ “อาร์เจนตินา กรังด์ปรีซ์” จะซิ่งชิงชัยกันที่สนาม เทอร์มาส เดอ ริโอ ฮอนโด ประเทศอาร์เจนตินา ระหว่างวันที่ 7-9 เม.ย. นี้

Posted in ข่าวกีฬาทั่วไป

“สปัลเล็ตติ” ยืนยันไม่เสียใจที่ตกรอบชี้ลูกทีมทำดีที่สุดแล้ว

“สปัลเล็ตติ” โค้ชโรม่า ไม่เสียใจทีมตกรอบ 16 ทีม ยูโรป้า ลีก เชื่อลูกทีมทำอยางเต็มที่แล้ว

ควันหลงยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ16ทีมสุดท้าย นัด2 ที่โรมา เปิดรังสตาดิโอ โอลิมปิกโก รับมือ โอลิมปิก ลียง โดยทีมหมาป่าแห่งกรุงโรมชนะไป2-1 แต่รวมสองนัด ลียงผ่านเข้ารอบ8ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์5-4

โดย ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือของโรม่า ให้สัมภาษณ์หลังเกมดังกล่าวว่า ไม่ได้เสียใจกับผลการแข่งขัน ทีมตกรอบเพราะความผิดพลาดง่ายๆ เกมนี้มีจังหวะที่ทีมเสียการครองบอล และต้องเปลืองแรงในการไล่แย่งคืน ในภาพรวมถือว่าทีมเล่นดี และสมควรได้อะไรมากกว่านี้ จากทัศนคติ, โอกาส เพราะประตูที่สี่ที่ฝรั่งเศสมันล้ำหน้า

กุนซือวัย 58 ปีกล่าวต่อว่า ทีมควรได้อะไรมากกว่านี้จากการเล่นของที่ครองเกมได้ดี ในลูกไม่เห็นว่าทั้งสองทีมจะมีความแตกต่างอะไรกันมากมาย คืนนี้ทีมไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ แม้จะทุ่มเททุกอย่างที่มีต่อหน้าแฟนบอลที่วิเศษ

Posted in ข่าวกีฬาทั่วไป

ส่งออก‘สินค้าเกษตร-อาหาร’สัญญาณดี

สภาผู้ส่งออกมองปีนี้สินค้าเกษตร-อาหารส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง ทองคำร่วงแน่สวนทางจากปีก่อน มองภาพรวมคาดโต 2-3% ยังห่วงปัจจัยเสี่ยงโลก แนะวางแผนบริหารรับมือ 2 ด้าน

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลของผู้ประกอบการส่งออกสินค้าในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่าในปีนี้มีแนวโน้มส่งออกในภาพรวมดีขึ้น ทั้งสินค้าเกษตร เกษตรอุตสาหกรรม และสินค้าอุตสาหกรรม โดยกลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปโดยรวมคาดว่าจะขยายตัว 8% จากปีก่อน ได้แก่ ข้าว คาดส่งออกโต 2% ยางพารา 8% ส่วนมันสำปะหลังมีฐานที่ต่ำมากในปีก่อน ตามมูลค่าน่าจะขยายตัวขึ้นได้ 3%

ส่วนน้ำตาล พบว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลกสูงขึ้น แม้ว่าการส่งออกในปีนี้ปริมาณจะทรงตัว แต่มูลค่าที่สูงขึ้นน่าจะทำให้การส่งออกในแง่ของมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 20% ขณะที่กลุ่มอาหารดีต่อเนื่องจากปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นไก่สด พืช ผัก ผลไม้ อาหารกระป๋อง ทูน่า และกุ้งสดและแช่แข็ง การส่งออกจะเป็นบวกขึ้นมา คาดว่าปีนี้การส่งออกน่าจะขยายตัวได้ 8%

ด้านสินค้าอุตสาหกรรมโดยรวม คาดการณ์ว่า ปี 2560 น่าจะขยายตัวได้ 2% ซึ่งมาจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าการส่งออกจะโต 3% ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ 5% โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ที่น่าจะเติบโตมากกว่ายานยนต์ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ปีนี้น่าจะดีขึ้น 3% จากกลุ่มเครื่องปรับอากาศ เม็ดพลาสติก คาดว่ายอดส่งออกจะเติบโตขึ้นจากโรงงานเดิมที่ปิดซ่อมเมื่อปีก่อน และโรงงานใหม่ จะเป็นกลุ่มหนึ่งที่ผลักดันให้ยอดส่งออกของไทยในปีนี้เติบโตขึ้น โดยคาดว่าจะขยายตัว 8%

สำหรับยอดส่งออกในกลุ่มอัญมณีและทองคำ จากปีก่อนมีส่วนผลักดันให้การส่งออกเป็นบวกได้ แต่ปีนี้คาดว่าการส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปคาดว่าจะลดลง 30% ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกสินค้ากลุ่มอัญมณีและทองคำน่าจะลดลง 15% ด้านการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป คาดส่งออกโต 3% กลุ่มวัสดุก่อสร้าง โต 2% เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์ยางคาดว่าขยายตัวด้วยมูลค่าที่สูงขึ้น 5% เครื่องจักรกล คาดว่าจะทรงตัว ขณะที่สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ติดลบ 2% เคมีภัณฑ์ ส่งออกขยายตัว 2% ซึ่งเป็นไปตามราคาน้ำมัน และสินค้าอื่นๆ น่าจะทรงตัว

“จากตัวเลขของภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดนี้ ทำให้สภาผู้ส่งออกคาดว่าการส่งออกในปีนี้น่าจะขยายตัวได้ที่ 2.4% หรือระหว่าง 2-3% อย่างไรก็ตาม ต่างจากตัวเลขของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มองว่า การส่งออกในปีนี้น่าจะขยายตัวได้ 1.5% โดยแบ่งออกตามตลาดส่งออกของไทย คือ สหรัฐ คาดโต 3% จีน ติดลบ 3% ซึ่งน่าจะถัวเฉลี่ยได้ ส่วนอาเซียนคาดว่าจะขยายตัว 3% ญี่ปุ่น 2% ยุโรปไม่เติบโต หรือ 0% และอื่นๆ รวม 1.6%” นายวัลลภ กล่าว

ด้าน นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออก กล่าวว่า แม้ทิศทางการส่งออกปีนี้จะขยายตัวดีต่อเนื่องจากปีก่อน แต่มองว่าปีนี้น่าจะเป็นปีแห่งการขัดแย้งด้วยปัจจัยเสี่ยงด้านต่างๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการกีดกันทางการค้าแบบสุดโต่งตามนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ ที่ยังไม่แน่ว่าจะมาเมื่อไร และการก่อการร้ายที่คาดว่าจะฉุดบรรยากาศการค้าการลงทุนของโลก ดังนั้นการบริหารในยุคนี้จะเป็นการบริหารภายใต้ปัจจัยความเสี่ยงและความไม่แน่นอน จึงต้องกลับมาดูว่าเราจะเตรียมความพร้อมอย่างไร ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมทั้งสองด้านไว้ให้ดี

ทั้งนี้ ข้อสรุปจากที่ประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่ผ่านมาระบุชัดว่าปัจจัยความเสี่ยงต่อการค้าการลงทุนของโลก คือ นโยบายการกีดกันทางการค้า กรณีการออกจากสหภาพยุโรป การลี้ภัย การก่อการร้าย และปัญหาหนี้สินของจีน เช่นเดียวกับโกลแมน แซค มองปัจจัยเสี่ยง 3 เรื่อง ซึ่งตรงกัน คือ การกีดกันทางการค้า ปัญหาในอียู และปัญหาในจีน

Posted in ข่าวทั่วไป

เชื้อก่อโรคใน…ไก่ย่าง

อาหารไทย นอกจากมีกรรมวิธีการปรุงที่สลับซับซ้อน มีรสชาติที่น่าสนใจแล้ว ชื่อเรียกแต่ละชนิดก็หลากหลายและคล้ายๆกัน เช่น คั่ว กับ รวน เป็นการทำให้อาหารสุกเหมือนกัน แต่ลักษณะที่ปรากฏไม่เหมือนกัน

ส่วนปิ้งและย่างคือ การทําให้อาหารสุกด้วยการวางไว้เหนือไฟเหมือนกัน ปิ้งเป็นการนำอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วมาวางบนตะแกรงโดยใช้ไฟไม่แรง จนเกรียมกรอบ ใช้เวลาน้อยกว่าย่าง ส่วนย่างเป็นการทำให้เครื่องปรุงและเนื้อสัตว์สุกระอุทั่วกัน ทั่วถึง จะใช้เวลาค่อนข้างนาน ส่วนใหญ่เรามักเรียกผสมกันไปว่าปิ้งย่าง

ไก่ย่าง เป็นอาหารยอดนิยมอีกชนิดของชาวไทย นอกจากถูกปากคนไทยแล้ว ยังหาทานได้ง่าย ส่วนใหญ่จะทานคู่กับ ส้มตำ ข้าวเหนียว และผักแกล้ม

ไก่ย่าง หากจะให้อร่อยและปลอดภัย ต้องเลือกทานที่ย่างจนสุกเท่านั้น เพราะหากเราซื้อไก่ย่าง จากร้านที่ย่างไม่สุกทั่วทุกส่วน หรือสุกทั่วทั้งตัว และผู้ขายมีกรรมวิธีการเตรียม การปรุงไก่สดที่ไม่สะอาด ไม่ล้างมือหลังจากทำธุระหนักในห้องน้ำ ไม่รักษาสุขลักษณะส่วนตัว และทำความสะอาดเขียง มีด ผ้าเช็ดมือ และผ้ากันเปื้อนบ่อยๆ

อาจทำให้ได้รับเชื้อก่อโรค เช่น ซาลโมเนลลา เข้าสู่ร่างกายได้ ทำให้มีอาการท้องร่วง ท้องเสีย อาการเหล่านี้ มักเกิดหลังทานอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อน 6–48 ชั่วโมง และจะมีอาการอยู่ 1–5 วัน

วันนี้ “มันมากับอาหาร” มีผลการสุ่มตรวจการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค ซาลโมเนลลา ในไก่ย่างแสนอร่อย 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ

ผลวิเคราะห์พบว่า ทุกตัวอย่างไม่พบการปนเปื้อนเลย แม้วันนี้จะปลอดภัย แต่ขอเตือนว่าก่อนซื้อหามาทาน ควรดูให้แน่ใจก่อนว่าไก่นั้นสุกทั่วถึงทั้งชิ้นหรือไม่

ที่สำคัญ ต้องเช็กสภาพเบื้องต้นของคนขาย อุปกรณ์ที่ใช้ มีด เขียง บริเวณร้าน ว่าสะอาดในระดับที่รับได้หรือไม่ ถ้าไม่ก็ควรหลีกเลี่ยง

Posted in ข่าวทั่วไป

ผลไม้บำรุงเลือด

รู้ไหมาถ้าหากเลือดในร่างกายเราไม่ดี ก็จะเท่ากับเป็นการทำร้ายหัวใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองโดยที่เราไม่รู้ตัว

แต่ถ้าหากเรามีเลือดที่ดี ก็เท่ากับเป็นตัวช่วยสำคัญที่ป้องกันเราจากโรคร้าย และมีสุขภาพดีในระยะยาว วันนี้ มาทำความรู้จักกับผลไม้ที่ช่วยระบบการไหลเวียนเลือดกันซักหน่อยดีกว่า

จากตำราแพทย์แผนจีนมีการกล่าวถึงอาหารบำรุงเลือดและเน้นเรื่องการทานอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เพื่อช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือด ซึ่งอาจจะเป็นความบังเอิญ ที่ผลไม้ต่างๆ ที่ช่วยบำรุงเลือดก็มักจะมีสีแดงซะด้วย ไม่ว่าจะเป็น ทับทิม สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ แก้วมังกร หรือ แตงโม เป็นต้น เรามาลองไล่ดูกันดีกว่าว่าผลไม้แต่ละชนิดทำหน้าที่ในการบำรุงเลือดอย่างไรบ้าง

เริ่มกันที่ “ทับทิม”

มีการวิจัยมาแล้วว่าทับทิมสามารถช่วยกักเก็บเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานถ้ารับประทานทับทิม ก็จะช่วยให้ร่างกายมีระดับอินซูลินลดลง ระบบไหลเวียนเลือดกลับมาเป็นปกติ ทำให้อาการป่วยต่างๆ อย่างเช่นเรื่องร่างกายอ่อนเพลียลดลง ผมร่วงน้อยลง ผิวพรรณก็สดใสมากขึ้นด้วย

สตรอเบอร์รี่

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีมีสีแดงสด แถมด้วยรสหวานอมเปรี้ยว และกลิ่นหอมแสนอร่อย นอกจากความอร่อยจนเป็นที่นิยมไปทั่วแล้ว สตรอเบอร์รี่ยังช่วยบำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดงด้วยนะคะ เม็ดเล็กๆ ที่อยู่บนผิวของสตรอเบอร์รี่ก็สำคัญ เพราะจะช่วยในการลำเลียงออกซิเจน กระบวนการนี้มีความสำคัญคือการขจัดเลือดเสีย ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น และสะอาดขึ้น การสูบฉีดเลือดก็ดีขึ้น และยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสขึ้นด้วย

เชอร์รี่

เชอร์รี่ ผลไม้ต่างบ้านต่างเมืองชนิดนี้มีโพแทสเซียมในปริมาณที่สูงมาก ร่างกายของเราสามารถนำมาใช้ในการสร้างสมดุลกับโซเดียม ทำให้ความดันเลือดเป็นปกติ ระบบไหลเวียนเลือดดี เวลาทานเชอร์รี่จึงทำให้สดชื่นขึ้นด้วย

แตงโม

แตงโมผลใหญ่ๆ นี้จะมีกรดอะมิโนอาร์จีโนน์ ที่ช่วยให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย และภาวะหลอดเลือดแข็งตัว และยังให้ผลดีต่อระบบการไหลเวียนของเลือด

แก้วมังกร

แก้วมังกรอุดมไปด้วยโปรตีน และไฟเบอร์ โปรตีนนี่ล่ะที่จะช่วยบำรุงผิวสวยๆ ของคุณสาวๆ ส่วนการบำรุงเลือดนั้นต้องเลือกทานแก้วมังกรที่มีสีแดง เพราะแก้วมังกรสีแดงนี้จะช่วยเรื่องระบบไหลเวียนของเลือดและยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง

กล้วย

ถึงกล้วยจะไม่ได้มีสีแดงเหมือนผลไม้บำรุงเลือดชนิดอื่นๆ แต่มีการวิจัยมาแล้วว่าการรับประทานกล้วยเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลูคิเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ และแมกนีเซียมที่อุดมอยู่ในกล้วยก็ยังจะช่วยบำรุงผิวสวยๆ ให้ดูเปล่งปลั่งขึ้นจากเลือดฝาดที่มาหล่อเลี้ยงผิว

นอกจากผลไม้ที่จะช่วยบำรุงเลือดแล้ว เพิ่มเคล็ดลับง่ายๆ ให้อีกอย่าง การดื่มน้ำสะอาดมากๆ จะช่วยให้เลือดของเราไม่ข้นหนืด หัวใจไม่ต้องทำงานหนัก ระบบไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดีขึ้น เพียงง่ายๆ แค่นี้ ก็ทำให้ระบบภายในของร่างกายเราทำงานได้ดีขึ้น สุขภาพของเราก็จะสมบูรณ์แข็งแรงในระยะยาว ในแบบที่เรียกว่าสุขภาพดีจากภายในกันเลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก http://lifecenterthailand.wordpress.com

Posted in ข่าวทั่วไป

เซ็กซี่ระเบิดแบบ “เจนนิเฟอร์ โลเปซ”

ขึ้นชื่อว่าเป็นซุป’ตาร์ดังระดับแถวหน้าของโลก ที่หยิบจับอะไรก็โด่งดังเปรี้ยงปร้างไปซะหมด ล่าสุด “เจนนิเฟอร์ โลเปซ” จับมือแบรนด์รองเท้าสุดหรูสัญชาติอิตาเลียน “จูเซปเป ซาน็อตติ ดีไซน์” สร้างสรรค์รองเท้าและแอคเซสเซอรี่

ภายใต้แคปซูลคอลเลกชั่น “Giuseppe for Jennifer Lopez #GiuseppexJennifer” โดยผสมผสานสไตล์โดดเด่นของ “เจ.โล” ผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นอันดับต้นๆ ของโลก เข้ากับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์จูเซปเป ซาน็อตติ ผลลัพธ์ที่ได้คือ รองเท้าบูตแบบหัวเปิดตกแต่งด้วยสวารอฟสกี้ระยิบระยับ, รองเท้าทรงแกลดิเอเตอร์ลายพิมพ์หนังงู นำความเฟมมินีนและความล้ำสมัย มาผสานเข้ากับเฉดสีชวนฝัน อย่างสีเทาและสีเบจ นอกจากไอเทมเปรี้ยวแซ่บแล้ว ยังมีสนีคเกอร์ส้นหนา มาเอาใจสาวสปอร์ตตี้

ซุป’ตาร์สุดฮอตบอกเล่าว่า รองเท้าคอลเลกชั่นนี้สามารถบ่งบอกถึงตัวตนของฉันได้อย่างชัดเจน โดยที่ไม่ต้องการคำบรรยายใดๆ ฉันคลั่งไคล้รองเท้าเป็นพิเศษ รองเท้าคู่ที่ใช่สำหรับฉันต้องเหมาะเจาะกับทุกโอกาส และพร้อมรับทุกสถานการณ์

ไม่ว่าจะเดินพรมแดงหรือในวันสบายๆ ก็สามารถเติมเต็มลุคของฉันให้สวยสมบูรณ์ เซ็กซี่ เย้ายวน และปราศจากความกลัวใดๆ คอลเลกชั่นที่ฉันและจูเซปเปร่วมกันออกแบบ คือความลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบที่คุณไม่สามารถหาได้จากที่ไหน โดยเฉพาะรองเท้าส้นสูงแสบซ่า ที่มาพร้อมกับรูปทรงโฉบเฉี่ยว แต่แฝงไปด้วยประกายแห่งความหรูหรา แฟนพันธุ์แท้ต้องไปสอยด่วน ที่บูติก Giuseppe Zanotti Design ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี.

Posted in ข่าวทั่วไป

2 วิธีเริ่มต้นออมเงินง๊ายง่าย

สวัสดีจ้าอนาคตเศรษฐีทุกท่าน เพจอภินิหารเงินออมทำกิจกรรมออมเงินเป็นเพื่อนแฟนเพจมาตั้งแต่เดือนมิ.ย. 58 ถึง ธ.ค. 59 รวมแล้วเป็นเวลา 1 ปี 7 เดือนแล้วนะจ๊ะ เวลาผ่านไปเร็วจัง เป้าหมายของกิจกรรมนี้ต้องการ “สร้างบรรยากาศของการออมเงิน” เพราะว่า

หลายคนที่คิดว่าชาตินี้ยังไง๊ยังไงตัวเองออมเงินไม่ได้ #เฮ้ยอย่าพึ่งท้อซิ ในขณะที่บางคนเอาชนะใจตัวเองออมเงินได้แล้ว แต่ว่าจิตใจหวั่นไหวไปกับสิ่งล่อตาล่อใจรอบข้างที่ยั่วยวนให้เราใช้เงินไปกับเรื่องไม่จำเป็น สุดท้ายเป้าหมายการออมเงินก็พังทลาย #โครม

กิจกรรมออมเงินเป็นเพื่อนแฟนเพจนี้ต้องการเติมพลัง เติมไฟการออมเงิน ฟู่!! เพิ่มความฮึกเหิมเข้าไป ฮึบ!! เป็นการกระตุ้นให้แต่ละคนอยากออมเงินได้เหมือนคนอื่นบ้าง เอาล่ะ เรามาดูกันว่าจะมีวิธีเริ่มออมเงินแบบไหนบ้าง

แบบที่ 1 ฝากเงินอัตโนมัติทุกเดือน

สิ่งแรกที่ควรทำ คือ แยกบัญชีออมเงินออกมาจากบัญชีเงินเดือน จะได้ไม่ใช้เงินปะปนกันนะจ๊ะ อาจจะเป็นบัญชีฝากประจำ บัญชีกองทุนรวม บัญชีออมหุ้น บัญชีออมทอง หรือบัญชีอื่นๆที่จะทำให้เราฝากสม่ำเสมอได้ทุกๆเดือน นอกจากมีเงินออมแล้วยังสร้างวินัยการออมเงินด้วยนะจ๊ะ

เราต้องการสร้างวินัยการออมเงินที่ฝากประจำ เราเปิดบัญชีใหม่ ควรเลือกฝากประจำที่ระบุว่า “ปลอดภาษี” เพราะจะทำให้ดอกเบี้ยอันน้อยนิดที่เราได้รับ ไม่ถูกรีดจากภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 15% ให้ดอกเบี้ยของเราน้อยลงไปอีกนะจ๊ะ

จากนั้นเราก็บอกเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าให้ตัดเงินจากบัญชีเงินเดือนไปเก็บไว้ที่บัญชีฝากประจำทุกวันที่เท่าไหร่ (เช่น หลังวันเงินเดือนออก 1-2 วัน) เมื่อเงินเดือนออกปุ๊บ ระบบก็จะฝากประจำให้เราแบบอัตโนมัติทันที ทำให้เราจะเห็นและใช้จ่ายเฉพาะยอดเงินที่เหลืออยู่เท่านั้น แค่นี้เราก็มีเงินออมได้แบบง่ายๆแล้วจ้า

แบบที่ 2 หยอดกระปุกออมสิน

มันเป็นวิธีโบร่ำโบราณที่มีพลังมากๆ เราใช้เป็นจุดเริ่มต้นออมเงินง๊ายง่ายได้นะจ๊ะ ที่เพจอภินิหารเงินออมมีกิจกรรมออมเงินเป็นเพื่อนแฟนเพจ แค่มีกระปุกออมสินแล้วหยอดเงินตามธีมออมเงินในแต่ละเดือน พอถึงสิ้นเดือนก็จะเปิดออกมานับกันว่าได้เท่าไหร่

มันรู้สึกลุ้นระทึกทุกครั้งที่ได้เปิดนับเงินในกระปุกออมสิน ลุ้นว่าจะได้เงินเท่าไหร่ แม้ว่ามันจะเป็นเงินไม่มาก แต่ก็ทำให้รู้สึกภูมิใจตัวเองว่าเราออมเงินได้เหมือนกันนะ สิ่งสำคัญ คือ ไม่ควรทิ้งเงินไว้ในกระปุกออมสินมากเกินไป เพราะอาจจะยั่วกิเลสให้เราหยิบออกไปใช้จ่าย หรือถูกมือดีช่วยเราใช้เงินก็ได้ ทางที่ปลอดภัยควรรีบนำไปฝากธนาคารหรือไปลงทุนอื่นๆตามเป้าหมายของเรานะจ๊ะ

ช่วงที่ยากที่สุดของการออมเงิน คือ ช่วงเริ่มต้น เพราะช่วงแรกๆเรายังไม่เห็นผล เห็นเงินออมอันน้อยนิดก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอทำไปเรื่อยๆผ่านไปสักครึ่งปี จากเงินก้อนเล็กๆรวมกันเติบโตเป็นเงินก้อนใหญ่ขึ้น คราวนี้แหละเราจะเริ่มสนุกกับการออมเงิน เพราะอยากเห็นเงินมากขึ้นเรื่อยๆนะจ๊ะ

ที่มา : money.sanook.com

Posted in ข่าวทั่วไป

หนุ่ม ศรราม ขอบคุณทุกกำลังใจส่งให้ ป๋าเดียร์ ชุมพร หายในเร็ววัน

หนุ่ม ศรราม ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้ ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ หายป่วยในเร็ววัน

ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ คุณพ่อของพระเอก หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ ป่วยและพักรักษาตัวในโรงพยาบาลมาได้เกือบสองสัปดาห์แล้วนั้น ซึ่ง พี่หนุ่ม ได้คอยดูแลคุณพ่ออยู่ตลอดเวลาและคอยโพสต์อัพเดทอาการอยู่อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด พี่หนุ่ม ศรราม ได้โพสต์ข้อความขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กับ ป๋าเดียร์ หายในเร็ววัน โดยมีข้อความระบุว่า “ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจและคำอวยพรที่มีให้”ป๋า”ครับผม ขอบพระคุณๆ มากครับ”

ต้องบอกว่า พี่หนุ่ม คือลูกกตัญญที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่อย่างดีมาตลอด ชื่นชมและน่าเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนไทย

ทีมข่าวบันเทิง Sanook! News ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ ป๋าเดียร์ ของพี่หนุ่ม หายป่วยและมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นตามลำดับค่ะ

ที่มา : sanook.com

Posted in ข่าวทั่วไป

ถูกนายทุนยึดทรัพย์ อย่างไร้มนุษยธรรม! ยายวัย 67 ชีวิตพลิกผัน จากอยู่คฤหาสน์ กลายเป็นคนไร้บ้าน

ยายวัย 67 ปี ร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ร้องขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือ หลังถูกนายทุนยึดบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินของมีค่าจนหมดสิ้นเนื้อประดาตัว

ต้องหนีมาอาศัยเพื่อนบ้าน และเร่ร่อนขออาศัยบ้านญาติพี่น้องไร้ที่พักพิง ด้านหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมฯ ระบุการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ มีผู้เดือดร้อนได้รับผลกระทบจำนวนมาก ชี้เป็นช่องที่นายทุนฉวยโอกาสเป็นสัญญาทาส

(9 ม.ค.) ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นางสาวอร่าม ดาวเรือง อายุ 67 ปี ได้นำเอกสารและหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ หลังถูกนายทุนยึดบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านบาท พร้อมกับขับให้ออกจากบ้านอย่างไร้เมตตาปราณี โดย นายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายสนุน แจะหอม นิติกรปฏิบัติการฯ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนครั้งนี้ พร้อมทั้งพาไปดูสภาพบ้านที่ถูกยึดที่ปล่อยทิ้งร้างมานาน 1 ปี

นางสาวอร่ามกล่าวว่า ได้อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ที่ 2 บ้านหนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ โดยมีบุตรสาวและลูกเขยซึ่งเป็นชาวต่างชาติ เป็นผู้ก่อสร้างบ้านและเจ้าของบ้าน โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียวเนื้อที่ 3 งาน 73 ตารางวา โดยบ้านมีขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 15 เมตร มีสระน้ำ ข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศ

โดยได้อาศัยอยู่บ้านหลังนี้มานานกว่า 7 ปี กระทั่งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2558 เวลาประมาณ 16.30 น. ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์และนายทุน 10 กว่าคน นำรถบรรทุกขนาดใหญ่มาจอดที่บ้าน โดยมีนายทุนคนหนึ่งเดินมาหาและบอกให้ออกจากบ้านวันนี้ และได้สั่งให้กลุ่มชายฉกรรจ์และกลุ่มผู้หญิงขนสิ่งของมีค่าออกจากบ้านให้หมด จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. ได้เก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ออกไปไว้หน้าประตูบ้านและจัดการล๊อกบ้านไว้

เฉพาะทรัพย์สินมีค่าของตัวเองมีนาฬิกา 2 เรือน สร้อยและพระเลี่ยมทอง 1 องค์ และหวนทองคำขาวฝังเพชร 1 วง ทั้งนี้เมื่อสอบถามนายทุนทราบแต่เพียงว่า ลูกสาวได้เอาบ้านและที่ดินไปขายฝากไว้ และเมื่อครบกำหนดจึงได้เข้ามายึดตามสิทธิ

“ตอนนั้นรู้สึกกลัวมากไม่รู้จะทำอย่างไร คนแก่ธรรมดอยู่บ้านคนเดียวลูกสาวอยู่ต่างประเทศ และตอนนั้นลูกเขยซึ่งเป็นคนต่างชาติเพิ่งจะเสียชีวิตไป ติดต่อใครไม่ได้มีแต่เพื่อบ้านที่มาเก็บเสื้อผ้าข้าวของบางส่วน และให้ไปพักอาศัยอยู่ด้วย
“ภายหลังจึงทราบมาว่าลูกสาวนำบ้านไปขายฝากไว้กับนายทุนเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2557 ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ สาขาหนองกุงศรี โดยนางสาวธัญญาพร ดรายเยอร์ ซึ่งเป็นลูกสาวเป็นคนทำสัญญาขายฝากที่ดินด้วยตนเอง จำนวนเงินขายฝากที่ 4,500,000 บาท เท่าที่ทราบลูกสาวได้พูดคุยกับนายทุนมาตลอด ตกลงเป็นที่เรียบร้อย

“แต่ไม่ทราบความเป็นมาว่าเหตุใดจึงมาไล่ตนเองออกจากบ้าน โดยทรัพย์ของมีค่าหลายสิบรายการก็ถูกขนและยึดไปหมดไม่เหลืออะไร เครื่องใช้บางชิ้นมีราคาแพงหลักแสนยังไม่ได้คืนสักชิ้น มีการติดต่อขอเจรจาแต่ไม่ไม่เป็นผลสำเร็จ

“ทรัพย์สินที่ยึดไปมูลค่าราวๆ 5 ล้านบาท อยากได้รับการชดใช้คืน เพราะคิดว่าทรัพย์สินเหล่านั้นนายทุนไม่มีสิทธิยึดไป ทุกวันนี้ต้องอาศัยเพื่อนบ้านบางครั้งก็ไปขออาศัยอยู่บ้านลูกหลานแทน เพราะตอนนี้ลูกสาวก็กำลังเดือดร้อนเช่นกัน

“หลังสูญลูกเขยที่เป็นชาวต่างชาติไป ทั้งครอบครัวก็ไร้ที่พึ่งพิง ก่อนหน้านี้ได้พยายามร้องขอความช่วยเหลือด้านกฎหมายกับที่ปรึกษากฎหมายซึ่งเป็นทนายความคนหนึ่ง แต่เรื่องก็หายเงียบไปเป็นปี จึงไร้ที่พึ่ง สุดท้ายมีคนแนะนำให้มาที่ศูนย์ดำรงธรรมฯ จึงตัดสินใจเดินทางเข้ามาเพื่อร้องขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือ เนื่องจากตอนนี้นอกจากจะไม่มีบ้านที่อาศัยแล้ว อายุที่มากก็ไม่สามารถทำงานหาเงินได้ ต้องมาลำบากตอนแก่เฒ่า มองดูบ้านที่เคยอยู่อาศัยทีไรก็ร้องไห้ทุกที” นางสาวอร่าม กล่าว

ด้านนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการขายฝากที่ดิน ถือเป็นปัญหาอันดับ 1 ที่มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด โดยที่ผ่านมามีประชาชนที่ได้ขายฝากที่ดินไว้กับนายทุนในราคาต่ำกว่าต้นทุนการประเมิน และถูกยึดที่ทั้งๆ ด้วยการฉวยโอกาสใช้เทคนิคต่างๆ ยึดเอาทรัพย์สินไปอย่างไม่เป็นธรรม เป็นสัญญาทาสที่ทำให้คนสิ้นเนื้อประดาตัวมามาก ทั้งนี้การขายฝากที่ดินเป็นเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น

“สำหรับกรณีของนางสาวอร่าม ทางศูนย์ดำรงธรรมฯ ได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้ และจำดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยคาดว่าจะใช้เวลา 15-30 วัน ซึ่งจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย เเละจะมีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงผู้เดือดร้อนทันทีที่มีความคืบหน้า รวมถึงขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ย ที่จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทำงานร่วมกัน” นายไชยากล่าว

Posted in ข่าวทั่วไป

เรื่องล่าสุด