ส่งออก‘สินค้าเกษตร-อาหาร’สัญญาณดี

สภาผู้ส่งออกมองปีนี้สินค้าเกษตร-อาหารส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง ทองคำร่วงแน่สวนทางจากปีก่อน มองภาพรวมคาดโต 2-3% ยังห่วงปัจจัยเสี่ยงโลก แนะวางแผนบริหารรับมือ 2 ด้าน

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลของผู้ประกอบการส่งออกสินค้าในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่าในปีนี้มีแนวโน้มส่งออกในภาพรวมดีขึ้น ทั้งสินค้าเกษตร เกษตรอุตสาหกรรม และสินค้าอุตสาหกรรม โดยกลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปโดยรวมคาดว่าจะขยายตัว 8% จากปีก่อน ได้แก่ ข้าว คาดส่งออกโต 2% ยางพารา 8% ส่วนมันสำปะหลังมีฐานที่ต่ำมากในปีก่อน ตามมูลค่าน่าจะขยายตัวขึ้นได้ 3%

ส่วนน้ำตาล พบว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลกสูงขึ้น แม้ว่าการส่งออกในปีนี้ปริมาณจะทรงตัว แต่มูลค่าที่สูงขึ้นน่าจะทำให้การส่งออกในแง่ของมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 20% ขณะที่กลุ่มอาหารดีต่อเนื่องจากปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นไก่สด พืช ผัก ผลไม้ อาหารกระป๋อง ทูน่า และกุ้งสดและแช่แข็ง การส่งออกจะเป็นบวกขึ้นมา คาดว่าปีนี้การส่งออกน่าจะขยายตัวได้ 8%

ด้านสินค้าอุตสาหกรรมโดยรวม คาดการณ์ว่า ปี 2560 น่าจะขยายตัวได้ 2% ซึ่งมาจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าการส่งออกจะโต 3% ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ 5% โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ที่น่าจะเติบโตมากกว่ายานยนต์ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ปีนี้น่าจะดีขึ้น 3% จากกลุ่มเครื่องปรับอากาศ เม็ดพลาสติก คาดว่ายอดส่งออกจะเติบโตขึ้นจากโรงงานเดิมที่ปิดซ่อมเมื่อปีก่อน และโรงงานใหม่ จะเป็นกลุ่มหนึ่งที่ผลักดันให้ยอดส่งออกของไทยในปีนี้เติบโตขึ้น โดยคาดว่าจะขยายตัว 8%

สำหรับยอดส่งออกในกลุ่มอัญมณีและทองคำ จากปีก่อนมีส่วนผลักดันให้การส่งออกเป็นบวกได้ แต่ปีนี้คาดว่าการส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปคาดว่าจะลดลง 30% ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกสินค้ากลุ่มอัญมณีและทองคำน่าจะลดลง 15% ด้านการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป คาดส่งออกโต 3% กลุ่มวัสดุก่อสร้าง โต 2% เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์ยางคาดว่าขยายตัวด้วยมูลค่าที่สูงขึ้น 5% เครื่องจักรกล คาดว่าจะทรงตัว ขณะที่สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ติดลบ 2% เคมีภัณฑ์ ส่งออกขยายตัว 2% ซึ่งเป็นไปตามราคาน้ำมัน และสินค้าอื่นๆ น่าจะทรงตัว

“จากตัวเลขของภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดนี้ ทำให้สภาผู้ส่งออกคาดว่าการส่งออกในปีนี้น่าจะขยายตัวได้ที่ 2.4% หรือระหว่าง 2-3% อย่างไรก็ตาม ต่างจากตัวเลขของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มองว่า การส่งออกในปีนี้น่าจะขยายตัวได้ 1.5% โดยแบ่งออกตามตลาดส่งออกของไทย คือ สหรัฐ คาดโต 3% จีน ติดลบ 3% ซึ่งน่าจะถัวเฉลี่ยได้ ส่วนอาเซียนคาดว่าจะขยายตัว 3% ญี่ปุ่น 2% ยุโรปไม่เติบโต หรือ 0% และอื่นๆ รวม 1.6%” นายวัลลภ กล่าว

ด้าน นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออก กล่าวว่า แม้ทิศทางการส่งออกปีนี้จะขยายตัวดีต่อเนื่องจากปีก่อน แต่มองว่าปีนี้น่าจะเป็นปีแห่งการขัดแย้งด้วยปัจจัยเสี่ยงด้านต่างๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการกีดกันทางการค้าแบบสุดโต่งตามนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ ที่ยังไม่แน่ว่าจะมาเมื่อไร และการก่อการร้ายที่คาดว่าจะฉุดบรรยากาศการค้าการลงทุนของโลก ดังนั้นการบริหารในยุคนี้จะเป็นการบริหารภายใต้ปัจจัยความเสี่ยงและความไม่แน่นอน จึงต้องกลับมาดูว่าเราจะเตรียมความพร้อมอย่างไร ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมทั้งสองด้านไว้ให้ดี

ทั้งนี้ ข้อสรุปจากที่ประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่ผ่านมาระบุชัดว่าปัจจัยความเสี่ยงต่อการค้าการลงทุนของโลก คือ นโยบายการกีดกันทางการค้า กรณีการออกจากสหภาพยุโรป การลี้ภัย การก่อการร้าย และปัญหาหนี้สินของจีน เช่นเดียวกับโกลแมน แซค มองปัจจัยเสี่ยง 3 เรื่อง ซึ่งตรงกัน คือ การกีดกันทางการค้า ปัญหาในอียู และปัญหาในจีน

Posted in ข่าวทั่วไป

ใส่ความเห็น